แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552

ขนมเปียกปูน


ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า
4
ถ้วยตวง
แป้งมัน
2
ช้อนโต๊ะ
น้ำปูนใส
1
ถ้วยตวง
น้ำตาลปีบ
3
ถ้วยตวง
น้ำเปล่า
8
ถ้วยตวง
กาบมะพร้าวเผาไฟ
3
กาบ
มะพร้าวทึนทึก
1
ผล
วิธีทำ
1. ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ผสมน้ำปูนใส น้ำเปล่า และน้ำตาล กรองด้วยผ้าขาวบาง2. กาบมะพร้าวที่เผาแล้วละลายน้ำที่เหลือ กรองด้วยผ้าขาวบาง ผสมลงในแป้งให้มีสีดำ3. กวนแป้งในกระทะทอง หรืออะลูมิเนียมสำหรับทำขนมก็ได้ กวนจนเหนียว เกือบแห้ง4. ตักใส่ถาดพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เย็น จะตัดเป็นชิ้นหรือแกะออกจากพิมพ์ก็ได้5. ใช้มะพร้าวขูดเป็นเส้น คลุกกับเกลือป่นเล็กน้อย โรยบนขนม
หมายเหตุ กาบมะพร้าวเผาไฟจะต้องกรอง 2 คร้ง ให้ได้น้ำที่ปราศจากผงจริงๆ บางตำรับก็จะใช้สีแทน การกวนควรใช้พายไม้ เพราะแป้งที่ใกล้แห้งจะกระเด็นมาก

ขนมมันสำปะหลัง


ส่วนผสม
มันสำปะหลังขูดบีบเอาน้ำออก
1 ถ้วย
แป้งมันสำปะหลัง
6 ช้อนโต๊ะ
แป้งเท้ายายม่อม
2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย
1/2 ถ้วย
หัวกะทิ
1/2 ถ้วย
กลิ่นกะทิ
1/2 ช้อนชา
สีผสมอาหารสีต่างๆ
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย
เกลือป่น
วิธีทำ1. นำมันสำปะหลังปอกเปลือกล้างให้สะอาด ขูดฝอยบีบเอาน้ำออก2. ใส่แป้งมันสำปะหลัง แป้งเท้ายายม่อม น้ำตาลทราย กะทิ กลิ่นมะลิ คนให้เข้ากัน3. นำแป้งมาใส่สีตามชอบ4. ตั้งน้ำให้เดือด เรียงถ้วยตะไลในลังถึงให้เต็ม ตักขนมหยอดให้เต็มถ้วย 5. นำไปนึ่งประมาณ 15 นาทีหรือจนขนมสุก6. ทิ้งไว้ให้เย็น แคะออกจากพิมพ์ แล้วโรยมะพร้าวขูดฝอยที่คลุกกับเกลือแล้วข้อสังเกตถ้าจะดูว่าขนมสุกหรือไม่ ให้ใช้ไม้จิ้มลงไปในถ้วยขนม ถ้าขนมไม่ติดไม้แสดงว่าขนมสุกแล้วมะพร้าวทึนทึก หมายถึง มะพร้าวที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป และก่อนจะเอามาโรยขนมต้องคลุกเกลือเสียก่อน แต่ห้ามนำไปนึ่งเด็ดขาด มะพร้าวจะแห้ง ควรใช้มะพร้าวสดๆโรยลงไปเลย



ขนมบัวลอยแก้ว

บัวลอยแก้ว คำว่า "แก้ว" ก็หมายถึง แป้งต้องใสเป็นแก้วขนมบัวลอยแก้วใช้แป้งมันเทศ ก่อนจะทำขนมนี้กันขออธิบายแป้งมันของขนมไทยเสียก่อนว่า แป้งมันของขนมไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ แป้งมันสำปะหลัง หมายถึงแป้งมันที่ทำมาจากมันสำปะหลัง ชนิดที่ 2 เรียกแป้งมันเหมือนกัน แต่เป็นแป้งมันเทศ แป้งมันเทศคือ แป้งที่ได้จากมันเทศ ลักษณะแป้งทั้ง 2 ชนิดนี้ ต่างกันที่สี แป้งมันสำปะหลังจะมีสีขาวกว่าแป้งมันเทศ และเมื่อนำแป้งมันสำปะหลังนวดกับน้ำร้อนแล้ว แป้งมันสำปะหลังจะเหนียวเป็นก้อน แต่สำหรับแป้งมันเทศเมื่อนวดกับน้ำร้อนแล้วแป้งจะเหนียวนุ่มไม่เป็นก้อน เนื้อแป้งเนียนส่วนผสม
แป้งมันสำปะหลัง
1 ถ้วยตวง
น้ำร้อน
1/4 - 1/2 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ
2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย
3/4 ถ้วยตวง
แป้งมันสำปะหลังหรือแป้งท้าวยายม่อม
5 - 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่าสำหรับละลายแป้ง
5 - 6 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ
1 ถ้วยตวง
เกลือป่น
1 ช้อนชา
มะพร้าวอ่อนขูดเฉพาะเนื้อ
1/2 - 1 ถ้วยตวง




วิธีทำแป้ง 1. ตวงแป้งใส่ภาชนะ ทำบ่อตรงกลางไว้ 2. ใส่น้ำร้อนลงไป คนให้แป้งกับน้ำร้อนเข้ากัน พอแป้งอุ่นนวดให้เป็นเนื้อเดียวและให้แป้งเนียน คลึงแป้งเป็นเส้นยาวๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ตัดเป็นท่อนสั้นๆยาว 1 เซนติเมตร คลุกกับแป้งมันสำปะหลัง พักไว้ประมาณ 30 นาที 3. ต้มน้ำเปล่าในหม้อให้เดือด นำแป้งในข้อที่ 2 ใส่ลงไป ลดไฟให้อ่อนลง เมื่อแป้งลอยขึ้นมา ตักขึ้นใส่น้ำเย็นไว้ เทใส่กระชอน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ 4. ผสมน้ำลอยดอกมะลิ (ถ้าไม่มีน้ำลอยดอกมะลิให้ใส่น้ำธรรมดาผสมกลิ่นดอกมะลิ) กับน้ำตาลทรายและแป้งมันเทศหรือแป้งท้าวยายม่อม (แป้งท้าวยายม่อมได้จากพืชชนิดหนึ่งเป็นพืชส่วนหัว พืชชนิดนั้นชื่อต้นเท้ายายม่อม) โดยต้องละลายน้ำเสียก่อน ผสมให้เข้ากัน ตั้งไฟให้เดือด ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ต้องคนตลอดมิฉะนั้นแป้งจะเป็นเม็ด คนไปเรื่อยๆจนกว่าแป้งจะสุก ลักษณะแป้งจะใส เมื่อแป้งสุกแล้วจึงใส่แป้งในข้อที่ 3 ลงไป คนให้เข้ากันและเดือดอีกครั้ง ก่อนจะยกลง ใส่มะพร้าวอ่อนคนให้เข้ากัน ยกลง 5. ผสมหัวกะทิกับเกลือป่น คนให้เข้ากัน ตั้งไฟพอควันขึ้นหรือพอเดือดนิดหน่อยยกลง กรองด้วยกระชอนเพื่อให้กะทิเนื้อเนียน 6. เมื่อจะเสิร์ฟหรือรับประทานจึงตักขนมแล้วราดด้วยกะทิ

สาคูเปียกถั่วดำ


สาคูเปียก ขนมไทยแบบง่ายๆ ที่มีรสหวานนุ่มเนื้อสาคูเปียกเม็ดกลมใสเมื่อรับประทาน นำสาคูเปียกมาผสมกับถั่วดำแกงบวดเนื้อนุ่มรสหวานหอมน้ำตาลมะพร้าว ราดด้วยหัวกะทิรสเค็มมันหอมกลิ่นกะทิสดใหม่ เลือกใช้สาคูเม็ดเล็ก ถั่วดำเลือกแบบเม็ดอ้วน เคล็ดลับเปียกสาคู ต้มสาคูพอสุกเป็นตากบ (ยังมีไตแป้งขาวขุ่นด้านใน) ใส่น้ำตาล ต้มจนสุกใสดี ถ้าใส่น้ำตาลตอนแป้งยังไม่สุก สาคูก็จะไม่สุกต่ออีกเลย ส่วนถั่วดำแกงบวดต้องต้มถั่วดำด้วยไฟกลางจนสุกนุ่ม ถ้าต้มถั่วด้วยไฟแรง เนื้อถั่วจะแข็งกระด้างไม่นุ่มส่วนผสม (สำหรับ 5-6 คนรับประทาน)
สาคูเม็ดเล็ก
1 ถ้วย
น้ำ
2 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย
1/2 ถ้วย
เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นเส้น
1 ถ้วย
เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นเส้นสำหรับตกแต่ง
ถั่วดำแกงบวด
ถั่วดำต้มสุก
2 ถ้วย
กะทิ
2 ถ้วย
เกลือสมุทร
1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ (น้ำตาลมะพร้าว)
3/4 ถ้วย
หัวกะทิ
หัวกะทิ
3/4 ถ้วย
เกลือสมุทร
1/2 ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า
1/2 ช้อนโต๊ะวิธีทำ1. ล้างสาคู เทใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ2. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางให้เดือด ใส่สาคู ต้มพอสุกเป็นตากบ (ยังมีไตแป้งขาวขุ่นอยู่ด้านใน)3. ใส่น้ำตาล คนให้ทั่วและน้ำตาลละลาย ต้มต่อจนเม็ดสาคูใส ปิดไฟ เทใส่ชาม ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน คนพอทั่ว4. ทำถั่วแดงแกงบวดโดยใส่ถั่วดำต้มสุก กะทิ เกลือและน้ำตาลปี๊บ ลงในหม้ออีกใบ คนให้ทั่ว ยกขึ้นตั้งไฟกลาง พอเดือดทั่วยกลง5. ทำหัวกะทิโดยผสมหัวกะทิกับเกลือลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อนพอเดือดจึงละลายแป้งข้าวเจากับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ เทใส่ในหม้อ คนให้ทั่ว เคี่ยวพอกะทิมีลักษณะข้น ปิดไฟ เทใส่ถ้วย พักไว้6. ตักสาคูใส่แก้ว ตักถั่วดำแกงบวดใส่ราดด้วยกะทิ ตกแต่งด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อน พร้อมเสิร์ฟ

ขนมหม้อแกงเผือก


เครื่องปรุง
ไข่เป็ด
4 ฟอง
มะพร้าวขูดขาว 500 กรัม
2 ถ้วย
น้ำร้อนสำหรับคั้นกะทิ
3/4 ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ
3/4 ถ้วย
เผือกนึ่งสุดบดละเอียด
1/2 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า
2 ช้อนโต๊ะวิธีทำ 1.บดเผือกกับกะทิ 1 ถ้วย และแป้งจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน(แบ่งไว้ 1/2 ถ้วย) 2. ขยำไข่กับน้ำตาลทั้งสองชนิดด้วยใบเตย 5 นาที เทข้อ 1 ขยำต่ออีก 5 นาที กรองด้วยกระชอนลวด 3. จุดเตาอบอุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮท์ นำถาดเข้าอบจนร้อนจัด(3 นาที) นำออกจากเตาเทกะทิที่ผสมเผือกลง 1/2 ถ้วย เกลี่ยให้ทั่วถาด เทข้อ 2 ใส่ถาด เกลี่ยหน้าให้เสมอราดหน้าด้วยกะทิที่เหลืออีก 1/2 ถ้วย ให้เสมอกันทั่วถาด เข้าอบจนหน้าเหลืองเข้มเกือบเป็นสีน้ำตาล ประมาณ 30 นาที นำออกจากเตาวางถาดบนตะแกรง ปล่อยไว้ให้เย็นสนิท จึงตัดเป็นชิ้นลงจานเสิร์ฟเป็นอาหารหวาน

ขนมลูกชุบ


เครื่องปรุง ถั่วเขียวนึ่งสุกบดละเอียด 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง หัวกะทิ (มะพร้าว 400 กรัม) 1 ถ้วยตวง สีผสมอาหารสีต่างๆส่วนที่ชุบวุ้นผง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำ 2 1 /2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง วิธีทำ1. ผสมถั่วบด น้ำตาลทราย กะทิ เข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟ2. กวนด้วยไฟอ่อนๆจนล่อนจับกันไม่ติดกระทะ3. พักถั่วกวนไว้ให้เย็น นำมาปั้นเป็นรูปผลไม้ต่างๆตามต้องการ เสียบไม้ไว้4. ใช้พู่กันจุ่มสีระบายลงบนขนมที่ปั้น โดยระบายเลียนแบบของจริง ทิ้งไว้ให้แห้งจึงนำไปชุบวุ้น5. ผสมวุ้นกับน้ำยกขึ้นตั้งไฟให้ละลายก่อนจึงใส่น้ำตาลทราย เคี่ยววุ้นจนข้น6. เอาขนมที่ปั้นแล้วเสียบไม้ลงชุบวุ้นครั้งเดียวให้ทั่ว ทิ้งไว้จนแห้งแล้วชุบอีก ทำเช่นนี้ประมาณ 3- 4 ครั้ง จะชุบแต่ละครั้งต้องให้เย็น วุ้นแข็งตัวก่อนทุกครั้ง7. เมื่อวุ้นแข็งจึงเอาไม้เสียบออก ตกแต่งด้วยก้านและใบให้สวยงาม

ตะโก้แก้ว


เครื่องปรุง แป้งถั่วเขียว 1 ถ้วยตวง น้ำลอยดอกไม้ 4 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง น้ำใบเตยคั้น 1/4 ถ้วยตวง หน้าขนม กะทิ 3 ถ้วยตวง แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง เกลือป่น 1 ช้อนชา กระทงใบเตย แห้วต้มหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก 1/4 ถ้วยตวงวิธีทำ1. ตัวขนม ผสมน้ำลอยดอกไม้กับน้ำตาลทราย ตั้งไฟพอละลาย ยกลงกรองทิ้งไว้ให้เย็น2. ผสมแป้งถั่วเขียว น้ำเชื่อมจากข้อ 1 น้ำใบเตย คนให้เข้ากัน ตั้งไฟกวนจนสุกใส ใส่แห้วคนให้เข้ากัน3. ตักตัวขนมใส่ในกระทงประมาณ 3/4 ของกระทง4. ผสมกะทิ แป้งข้าวเจ้า เกลือป่น เข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟกวนจนข้น แป้งสุกตักหยอดลงในกระทงที่มีตัวขนมจนเต็ม ทิ้งไว้ให้เย็นใช้ได้

ขนมครก


เครื่องปรุงตัวแป้ง1.แป้งข้าวเจ้า (แห้ง) 1 ถ้วยตวง2.น้ำ 2 ถ้วยตวง3. ข้าวสุก 1/3 ถ้วยตวง4. มะพร้าวทึนทึกขูดขาว1/2 ถ้วยตวง5. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา6.น้ำร้อน 1/2 ช้อนโต๊ะ
เครื่องปรุง หน้ากะทิ1.หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง3. เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา
เครื่องใช้เฉพาะเตาขนมครก ลูกประคบ (กากมะพร้าวห่อ ด้วยผ้า ขาว โดยใช้ผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 6x6 นิ้ว )วิธีทำ1.ใส่กากมะพร้าวตรงกลางรวบ ชายผ้าเข้า มาทุกด้าน2. ผูกเชือกให้กาก มะพร้าวรวมตัว เป็นก้อนกลมแผ่น ทิ้งชายไว้สำหรับจับช้อน สำหรับแคะขนมครก น้ำมัน สำหรับทาเบ้าขนมครก3. ตวงแป้ง 1 ถ้วยตวงใส่ชามผสม เติมน้ำ 1 ถ้วยตวง คนให้เข้ากัน แล้วแช่ไว้ 12 ชั่วโมง หรือค้างคืน4. บดข้าวสุก 1/3 ถ้วยตวง มะพร้าวขูด ถ้วยตวง พร้อมน้ำอีก 1 ถ้วยตวง5. ใส่เบลนเดอร์จนละเอียดดี หรือโม่ด้วยโม่หินก็ได้6. เทมะพร้าวและข้าวสุกที่บดแล้วลงในชามแป้งที่แช่ไว้ เติมเกลือป่น คนให้เข้ากันดี ใช้เป็นตัวแป้งขนมครก7. ผสมกะทิ น้ำตาล และเกลือด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลายตั้งเตาขนมครกบนไฟอ่อน ๆ ให้ร้อนจัด จึงใช้ลูกประคบ แตะน้ำมันพืชเช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้าให้ชุ่มน้ำมัน ตักแป้งหยอดลงในเบ้าประมาณค่อนเบ้า รอสักครู่จึงหยอดหน้ากะทิลงประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ ปิดฝารอจนขอบแป้งเกรียมเหลือง จึงใช้ช้อนแซะขึ้นใส่ถาด


บัวลอยไข่หวาน



ส่วนผสม
แป้งข้าวเหนียว
50 กรัม
น้ำเปล่า (สำหรับผสมตัวแป้ง)
1 ช้อนโต๊ะ
น้ำคั้นใบเตย
1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย
250 กรัม
น้ำเปล่า
1 ถ้วยตวง
หัวกะทิคั้นข้นๆ
1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น
1/4 ถ้วยตวง
ไข่ไก่
3 ฟองวิธีทำ1. ผสมน้ำเปล่ากับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน ใส่กระทะตั้งไฟพอเดือด จนส่วนผสมเป็นน้ำเชื่อมข้นๆ เบาไฟอ่อนๆ รอจนน้ำเชื่อมเป็นยางมะตูมอ่อนๆ เบาไฟอ่อน 2. ผสมแป้งข้าวเหนีว 25 กรัมกับน้ำเปล่า และผสมแป้งที่เหลือกับน้ำคั้นใบเตย นวดจนเนียน ปั้นเป็นเม็ดกลมเล็ก ใส่ก้อนแป้งลงต้มจนแป้งสุกใสและลอยขึ้น ตอกไข่ไก่ลงไปต้มในน้ำเชื่อม จนไข่สุกลอยขึ้น3. ตั้งกะทิให้เดือด ใส่เกลือป่นคนจนละลาย4. ตักบัวลอยใส่ถ้วย ตักน้ำกะทิราดข้างบน จัดเสิร์ฟถ้าอยากมีลูกบัวลอยสีอื่นๆก็ใช้น้ำคั้นจากผัก-ผลไม้ที่มีสีสันก็ได้นะคะ
http://www.horapa.com/content.php?Category=Dessert&No=627

ลอดช่องน้ำกะทิ


ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า
1 ถ้วย
น้ำปูนใส
5 ถ้วย
ใบเตย
10 ใบวิธีทำ1. ล้างใบเตยให้สะอาด หั่นซอยตามขวาง โขลกหรือปั่นให้ละเอียดให้ได้ 5 ถ้วยตวง2. นวดแป้งกับน้ำปูนใส โดยใส่น้ำปูนใสทีละน้อยแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่กระทะทอง กวนด้วยไฟปานกลางจนเนื้อแป้งข้น (ยกพายขึ้นแป้งจะติดพาย)3. เทแป้งที่กวนได้ที่แล้ว ลงในพิมพ์ทองเหลืองที่เจาะรูไว้ ใช้ช้อนกดให้แป้งลอดช่องลงไปอยู่ในอ่างน้ำเย็นที่เตรียมไว้ (ถ้าน้ำร้อนต้องเปลี่ยนบ่อยๆ)4. เทตัวลอดช่องใส่ผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ รับประทานกับน้ำกะทิส่วนผสมน้ำกะทิ
น้ำตาลปี๊บอย่างดี
500 กรัม
มะพร้าวขูด
500 กรัม
น้ำลอยดอกมะลิ
3/4 ถ้วย
เกลือป่น
1/4 ช้อนชาวิธีทำ1. คั้นน้ำมะพร้าวด้วยน้ำลอยดอกมะลิ แยกหัวกะทิไว้ 1 ถ้วยตวง และกะทิ 2-3 ถ้วยตวง2. ละบายน้ำตาลปี๊บลงในน้ำกะทิ ใส่เกลือป่น ยกตั้งไฟพอร้อน ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น รับประทานกับตัวลอดช่องและน้ำแข็ง


ซ่าหริ่ม



ส่วนผสมตัวซ่าหริ่ม (สีขาว)แป้งถั่วเขียว 1/2 ถ้วยตวงน้ำลอยดอกมะลิ 3 ถ้วยตวงวิธีทำตัวซ่าหริ่ม1. ผสมแป้งถั่วเขียวกับน้ำ คนจนแป้งละลาย กรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่กระทะทองเหลือง นำไปตั้งไฟกวนจนแป้งสุกและใส ยกลงจากเตา2. ตักแป้งที่กวนแล้ว ใส่ที่กดซ่าหริ่ม ค่อยๆกดลงในถังน้ำเย็นแล้วเปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง เทใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ ห่อด้วยผ้าขาวบางแยกเป็นสีๆหมายเหตุถ้าทำสีอื่น เช่น สีชมพู ให้ใส่สีผสมลงในแป้ง หรือสีเขียวใช้น้ำใบเตยแทนน้ำลอยดอกมะลิส่วนผสมน้ำกะทิน้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวงน้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วยตวงกะทิ 1 ถ้วยตวงวิธีทำผสมน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิ นำไปตั้งไฟคนจนน้ำตาลทรายละลาย นำกลับไปตั้งไฟใหม่จนเดือดทั่วและน้ำเชื่อมข้น ใส่กะทิลงไปคอยคนอย่าให้กะทิเป็นลูก พอเดือดทั่ว ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น เวลาจะรับประทานตักขนมใส่ถ้วย ใส่น้ำกะทิและน้ำแข็งทุบละเอียด
http://www.horapa.com/content.php?Category=Dessert&No=667

หยกมณี


ส่วนผสม
สาคูเม็ดเล็ก
1 ถ้วย
มะพร้าวขูดขาว
2 ถ้วย
เกลือป่น
1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย
1 1/2 ถ้วย
แป้งมัน
3 ช้อนโต๊ะ
น้ำ
2 ถ้วย
น้ำใบเตยข้นๆ
1/2 ถ้วยวิธีทำ1. ล้างสาคูให้หมดเศษผง ใส่ชามพักไว้2. เคล้ามะพร้าวขูดกับเกลือเข้าด้วยกัน นึ่งพอร้อน พักไว้สำหรับโรยหน้า3. ต้มน้ำให้เดือด เทใส่ชามสาคู ใส่น้ำตาล แป้งมัน คนให้เข้ากัน ใส่น้ำใบเตย คนให้ทั่วอีกครั้ง4. ตักใส่ถ้วยอะลูมินั่มฟอยล์ เรียงใส่ลังถึง นึ่งในน้ำเดือดไฟแรง ประมาณ 10 นาทีหรือจนสุก โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดที่เตรียมไว้ เสิร์ฟ


ถั่วแปบ


ส่วนผสม
แป้งข้าวเหนียวสด(ถ้าเป็นแป้งข้าวเหนียวชนิดแห้ง ใช้แป้ง 1 ถ้วยตวง ผสมน้ำ 1/2 ถ้วยตวง แล้วนวดให้เข้ากันเป็นก้อนนุ่ม)
1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย
2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น
1/4 ช้อนชา
งาขาวคั่วพอเหลือง
2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วเขียวแช่น้ำลอกเปลือกนึ่งให้สุก
1/2ถ้วยตวง
มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย
1 ถ้วยตวง
สีผสมอาหาร
ใบเตย
วิธีทำ1. นึ่งถั่วเขียวให้สุกเปื่อย เคล้ากับเกลือป่นพอมีรสเค็มเล็กน้อย (เกลือประมาณ 1/4 ช้อนชา)2. ผสมน้ำตาลทราย เกลือป่น และงาคั่วพอเข้ากัน3. ขูดมะพร้าวเป็นเส้นเล็กๆ เคล้าเกลือเล็กน้อย ถ้าต้องการเก็บขนมไว้นานควรนึ่งมะพร้าวประมาณ 5 นาที4. ค่อยๆเติมน้ำลงทีละ 2 ช้อนโต๊ะ ลงในแป้งสด นวดให้นุ่มพอปั้นได้ (แป้ง 1 ถ้วยตวง ใช้น้ำประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แต่ขึ้นกับว่าแป้งมากหรือน้อย)5. แบ่งแป้งออกเป็น 4 ส่วน เท่าๆกัน หยอดสีตามชอบ 1-2 หยด นวดให้เข้ากัน ควรใช้สีอ่อนๆ เช่น เหลือง ชมพู เขียว(ใช้ใบเตย) จะได้แป้ง 4 สี รวมทั้งสีขาวด้วย6. ตั้งน้ำในหม้อ ใส่ใบเตยขยำพอช้ำ ตัดเป็นท่อนสั้นปิดฝาไว้ พอน้ำเดือดสักพักให้มีกลิ่นหอมช้อนใบเตยขึ้น7. แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว บีบให้แบน ใส่ลงต้มในมห้อน้ำพอแป้งสุกจะลอยขึ้น ใช้ทัพพีมีรูช้อนขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ใส่ในจานที่มีมะพร้าวขูดที่เตรียมไว้8. พอแป้งเย็น แผ่แป้งออกให้บาง ตักถั่วใส่ตรงกลาง แล้วพับครึ่ง เม้มริมแป้งให้ติด คลุกมะพร้าวอีกครั้งใส่จานไว้ ทำจนหมดแป้ง เวลารับประทานโรยน้ำตาล เกลือ และงาคั่ว

วุ้นกรอบ



ส่วนผสม
ผงวุ้น
1 1/2 ช้อนโต๊ะ
แป้งเท้ายายม่อม
2 ช้อนโต๊ะ
น้ำลอยดอกมะลิ
2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายขาว
2 ถ้วยตวงวิธีทำ1. นำวุ้นกับน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟกลางให้วุ้นละลาย ใส่น้ำตาลทรายขาว กรองด้วยผ้าขาวบาง ยกขึ้นตั้งไฟ2. เคี่ยวต่อให้เหนียวนิดหน่อย (นำแป้งเท้ายายม่อมละลายน้ำเตรียมไว้) เทส่วนผสมให้เข้ากับวุ้นที่เคี่ยว3. เทวุ้นลงในถาด หนาประมาณ 1/2 นิ้ว ทิ้งไว้ให้แข็งตัว ตัดด้วยพิมพ์รูปต่างๆหรือตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้วยมีดตัดวุ้น4. นำวุ้นที่ได้ไปตากแดดจัดๆประมาณ 2-3 วัน จนแห้งสนิทหมายเหตุใส่แป้งเท้ายายม่อมเพราะทำให้เนื้อวุ้นไม่แข็งกระด้าง
http://www.horapa.com/content.php?Category=Dessert&No=758

ปั้นสิบไส้พริกขิงปลา


ส่วนผสมตัวแป้ง
แป้งข้าวเจ้า
1 1/2 ถ้วย
แป้งมัน
1 ช้อนโต๊ะ
แป้งท้าวยายม่อม
2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน
1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า
1 ถ้วยวิธีทำ1. ผสมส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันในกระทะทองเหลือง ตั้งไฟกวนให้ส่วนผสมสุกรวมตัวเป็นก้อน นำมานวดกับแป้งมันอีก 1/4 ถ้วย2. นำแป้งมาแผ่บางๆ หุ้มไส้ นำไปนึ่งจนสุก รับประทานกับผักสดตามชอบอ่ร่อยได้คุณค่าคั้นน้ำจากใบกวางตุ้งผสมกับตัวแปง จะได้ปั้นสิบสีเขียว หากอยากได้สีเหลือง ให้คั้นน้ำฟักทอง สีส้มจากแครอท จะได้ปั้นสิบสีสวย แถมมีคุณค่าวิตามินจากผักเพิ่มอีกด้วยส่วนผสมไส้ปลาพริกขิง
เนื้อปลานึ่ง แกะ
100 กรัม
น้ำพริกแกงเผ็ด
1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช
2 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกเผา
1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น
1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย
1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วผักยาวหั่นฝอย
100 กรัม
กระเทียม พริกไทย รากผักชี ตำ
1 ช้อนโต๊ะวิธีทำผัดกระเทียม พริกไทย รากผักชีตำ น้ำพริกแกงเผ็ด น้ำพริกเผากับน้ำมันพืช พอหอมใส่เนื้อปลานึ่ง ถั่วฝักยาวหั่นฝอยลงผัดต่อ เติมน้ำซุป ปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำตาลทราย