แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารนานาชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารนานาชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552

สปาเกตตี้ไก่



ส่วนประกอบ - เส้นสปาเก็ตตี้ 200 กรัม - เนื้ออกไก่ 200 กรัม - เกลือป่น 1 ช้อนชา - มะเขือเทศ 4 ผล - พริกหวาน 1 ลูก - เนยสด 4 ช้อนโต๊ะ - หอมหัวใหญ่สับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ - ซอสมะเขือเทศ 4 ช้อนโต๊ะ - ซอสปรุงรส 1ช้อนโต๊ะ - ไวน์แดง 2 ช้อนโต๊ะ - พริกไทย 1 ช้อนชา - ออริกาโน 1/2 ช้อนชา วิธีทำ - นำเนื้อไก่มาบดหยาบ ใส่ซอสปรุงรส และพริกไทยเล็กน้อย หมักพักไว้ - ต้มเส้นสปาเก็ตตี้จนนุ่ม คลุกน้ำมันพืชเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ติดกัน - หั่นมะเขือเทศ พริกหวาน และหอมหัวใหญ่เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ - ตั้งกะทะไฟกลางใส่เนย พอเนยละลาย นำหอมหัวใหญ่ลงผัดให้หอม ใส่เนื้อไก่ ซอสปรุงรส ไวน์แดง ซอสมะเขือเทศ พริกไทย เกลือป่น ออริกาโน คลุกเคล้าให้เข้ากัน พอเดือดใส่ มะเขือเทศ พริกหวานลงไป ตักขึ้น ราดบนเส้นสปาเก็ตตี้ที่เตรียมไว้- จัดเสิร์ฟ

กุ้งทอดราดครีมชีส


เครื่องปรุง
กุ้งนาง
1/2 กิโลกรัม
กุ้งขาวกลาง
150 กรัม
แป้งทอดกรอบ
100 กรัม
ไข่ไก่
2 ฟอง
แป้งมัน
30 กรัม
น้ำมันสลัด
100 มิลลิลิตร
นมข้นหวาน
50 กรัม
พริกไทยและเกลือ
ผักสลัดตามชอบ เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ พริกยักษ์เขียวและกะหล่ำปลีม่วง
วิธีทำ1. นำกุ้งผ่าหลัง ปรุงรสชาติให้หอมด้วยพริกไทยและเกลือเล็กน้อย2. นำไปเสียบไม้ให้ตัวยืดตรง 3. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำตามสัดส่วน จากนั้นนำกุ้งที่เสียบไว้มาชุบแป้ง นำไปทอดในน้ำมันร้อนให้กุ้งเหลืองพองามแล้วตักขึ้น4. เตรียมครีมชีสด้วยการตีไข่แดงกับน้ำมันสลัดให้ขึ้น แล้วใส่นมข้นหวานลงไปให้ได้รสชาติหวานมัน5. เสิร์ฟด้วยการเรียงไว้ในตะกร้าหมดทุกอย่างทั้งผักสด กุ้งและครีมชีส


ริกาโตนีผัดกระเทียม


เครื่องปรุง
พาสต้าริกาโตนีต้มสุก
150 กรัม
เบคอนหั่นชิ้นเล็ก
50 กรัม
กระเทียมหั่นบาง
1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น
1/2 ช้อนชา
เนยเค็ม
2 ช้อนโต๊ะ
ใบโหระพาเด็ด
1 ต้น
ผักขมลวกสุก
70 กรัม
น้ำมันมะกอก
2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปผัก
พาร์มีซานชีสขูด
เกลือเล็กน้อย
วิธีทำ1. ตั้งกระทะผัดเนยกับกระเทียม และเบคอน จนกรอบหอมดีแล้วใส่พริกไทย เกลือ เส้นพาสต้า เติมน้ำซุปลงเล็กน้อย ผัดให้เข้ากัน2. ปรุงรสตามชอบ ใส่ใบโหระพา ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยชีสใหทั่วๆพร้อมเสิร์ฟ
http://www.horapa.com/content.php?Category=Inter&No=140

ชีสพายผลไม้


ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) โฮลวีต แครกเกอร์ 100 กรัม ครีมชีส สเปรด ชนิดไลท์ 200 กรัม น้ำมะนาว 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ กีวี, องุ่น, ข้าวโพด, แก้วมังกร หรือผลไม้อื่นตามชอบ



วิธีทำ1. บดแครกเกอร์ ให้ละเอียด เติมน้ำผึ้งลงผสมกับแครกเกอร์คลุกเคล้าให้เข้ากัน อัดลงถ้วยฟอยล์ให้แน่น2. ผสมครีมชีสกับน้ำมะนาว คนแรงๆจนเข้ากัน ตักใส่ถ้วยที่อัดแครกเกอร์ไว้แล้ว3. หั่นผลไม้สดวางด้านบน รับประทานทันที หรือแช่เย็นก่อนก็ได้

ลาซานญ่าเนื้อบด

ส่วนผสม - พาร์มีซาน ชีส 50 กรัม -มอซซาเรลล่า ชีส 70 กรัม -ไวต์ซอสหรือครีมซอส 60 กรัม (มีแบ่งขายตามห้างสรรพสินค้า) -ซอสเนื้อหรือซอสหมู (ผัดเนื้อหรือหมูด้วยซอสเนื้อมะเขือเทศ -น้ำมันมะกอก -เนย -ใบกระวานฉีกและผงออริกาโนเล็กน้อย -เกลือและพริกไทย 250 กรัม -มะเขือยาว มะเขือม่วง หรือซูกินีทอดสุกแล่บางๆ 1 ลูก -แผ่นลาซานญ่า 4 แผ่น (มักวางขายบนชั้นเดียวกับสปาเกตต้กับมะกะโรนี) วิธีทำ 1. เตรียมทาเนยให้ทั่วบนภาชนะทนไฟสำหรับอบ 2. นำแผ่นลาซานญ่าวางลงในภาชนะ 3. นำซอสเนื้อหรือซอสหมูที่ผัดแล้วราดลง ตามด้วยมะเขือยาวและไวต์ซอส 20 กรัม 4. เกลี่ยให้ทั่วๆ แล้วนำแผ่นลาซานญ่ามาวางซ้อนอีกแผ่นจากนั้นราดด้วยซอสเนื้อหรือซอสหมู 5. นำแผ่นมะเขือยาว และไวต์ซอสอีก 30 กรัมราดลงไปอีกครั้งแล้วเกลี่ยให้ทั่วแผ่นลาซานญ่าแผ่นสุดท้ายบนสุด 6. โรยด้วยพาร์มีซาน ชีส และมอซซาเรลล่า ชีส มากน้อยตามชอบ 7. นำเข้าอบด้วยความร้อน 180 องศา ประมาณ 25 - 30 นาที จนสุกเหลือง

http://www.horapa.com/content.php?Category=Inter&No=145

KFC Style Coleslaw



กะหล่ำปลี (ซอยเล็ก)
8 ถ้วย
แครอท (หั่นเล็กๆ)
1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย
1/3 ถ้วย
เกลือ
1/2 ช้อนชา
พริกไทย
1/8 ช้อนชา
นมสด
1/4 ถ้วย
มายองเนส
1/2 ถ้วย
น้ำส้มสายชู
1 1/2 ช้อนชา
น้ำมะนาว
2 1/2 ช้อนชา
เนยจืด
1/4 ถ้วย
วิธีทำ1. ซอยกะหล่ำปลีและแครอทให้เป็นชิ้นเล้กๆ2. ผสมน้ำตาล เกลือ พริกไทย นม มายองเนส เนยจืด น้ำส้มสายชูและน้ำมะนาวให้เข้ากัน3. นำกะหล่ำปลีและแครอทที่ซอยแล้วมาคลุกเคล้าจนเข้ากันดี4. นำส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้วใส่ตู้เย็นไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ


ราสเบอร์รี่ฟรีซ..ราสเบอร์รี่ปั่น


ส่วนประกอบ - น้ำต้มสุก1/2 ลิตร - ราสเบอร์รี่กวน 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำเชื่อม 1/4 ถ้วย - น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ - น้ำแดง 1 ถ้วย วิธีทำ - นำราสเบอร์รี่ น้ำต้มสุก น้ำเชื่อม น้ำมะนาว น้ำแดง ปั่นจนส่วนผสมเข้ากัน - เติมน้ำแข็งบด 4 ถ้วยตวง - ปั่นต่อจนน้ำผลไม้และน้ำแข็งเข้ากันคล้ายหวานเย็น พร้อมเสิร์ฟ


แฮมชีสโครเก็ต


เครื่องปรุงซอสขาว - ชีสคาร์ฟหั่นเป็นลูกเต๋า 1/3 ถ้วยตวง - แฮมหั่นเป็นสี่เหลี่ยม 1 ถ้วยตวง - ถั่วแขกหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าลวกพอสุก 1/3 ถ้วยตวง - แครอทหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าต้มสุก 1/3 ถ้วยตวง - มันฝรั่งหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าต้มสุก 1/3 ถ้วยตวง - หอมใหญ่หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าผัดพอสุก 1/3 ถ้วยตวง - ขนมปังแผ่นหั่นหรือฉีก 1 แถว - น้ำมันพืชสำหรับทอด - เนย - ซอสพริกทาบัสโก้ - แป้งสาลี - เกลือ/พริกไทย - นมสด - ชีสขูด
วิธีทำ 1. ตั้งกระทะใส่เนยและแป้งสาลี ผัดแป้งให้สุกแต่ไม่เหลืองเรียกว่า Roux ใส่นมสดลงไปทีเดียว ทั้งหมด คนด้วยไม้ตีไข่จนกระทั่งซอสข้น ใส่ชีสลงไปคนให้เข้ากัน 2. ใส่แฮม ถั่วแขก แครอท มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และชีสเข้าด้วยกัน 3. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และซอสทาบัสโก้ ชิมรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้เย็น 4. ตักส่วนผสมที่อยู่ในกระทะที่เย็นแล้ว 1 ช้อนโต๊ะพูน ๆ ลงไปใส่ในถาด ที่มีขนมปังที่ฉีก หรือ หั่น แล้วเอาขนมปังมาโปะและห่อหุ้มส่วนผสมของโครเก็ตใช้อุ้งมือประกบให้ส่วนผสมเป็น ก้อนกลม ๆ แน่นและไม่หลุดเมื่อเรียบร้อยแล้วนำไปพักไว้ในถาด ใส่ตู้เย็น5. เมื่อจะรับประทาน นำกระทะใส่น้ำมันมาก ๆ ตั้งไฟร้อนปานกลาง แล้วนำโครเก็ตที่อยู่ในตู้เย็น มาทอดจนกระทั่งเหลืองและกรอบ ตักออกจากน้ำมันและวางลงบนกระดาษซับมัน เสิร์ฟร้อน ๆ รับประทานกับสลัด


ไทย-บาร์บีคิวซี่โครงหมูอ่อน



เครื่องปรุงสำหรับหมัก
1.น้ำปลา 1/4 ถ้วย
2.น้ำมันถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
3.ซีอิ๋วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
4.น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
5.กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
6.ตะไคร้ ปลอกให้เหลือแต่แกนบาง ๆ ด้านใน 2 ก้าน
7.ผักชีหั่นหยาบ ๆ 1/4 ถ้วย
8.ขิงสด สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
10.น้ำมันงา 2 ช้อนชา
11.ซี่โครงหมู 3 ชิ้น หนักชิ้นละประมาณ 1/2 กิโลกรัม


เครื่องปรุงสำหรับน้ำจิ้ม แบบไทย ๆ
1.น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
2.น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
3.ซีอิ๋วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
4.ซอสศรีราชา 1 ช้อนโต๊ะ หรือ พริกป่น 1 ช้อนชา
5.น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
6.กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา
7.น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
8.ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ ๆ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
เริ่มกันที่ขั้นตอนการหมักซี่โครงหมูก่อนนะค่ะ นำส่วนผสมสำหรับหมักทั้งหมดผสมในชามคนให้เข้ากัน จากนั้นนำซี่โครงหมูมาเรียงบนจานตื้น ๆ แล้วเทส่วนผสมที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว คลุมด้วยพลาสติก หรือใส่ถุงซิปล็อกก็ได้ค่ะ แช่ช่องแข็งค้างคืนไว้
ขั้นตอนการอบซี่โครงหมู: นำซี่โครงหมูที่แช่แข็งออกมาวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิปกติ 30 นาทีก่อนทำการอบ
ทำให้เตาอบ และ กระทะสำหรับอบร้อนก่อนนะค่ะ โดยตั้งความร้อนของเตาอบไว้ประมาณ 300 อาศาฟาเรนต์ไฮต์
จากนั้นนำซี่โครงหมูออกมาจากการหมัก เขย่าเล็กน้อยแล้วนำไปวางในกระทะสำหรับอบ อบทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที ถึง 60 นาที ทาน้ำมันที่ซี่โครงหมูเป็นระยะ ๆ จนกว่าจะสุก ให้สังเกตว่าปลายของซี่โครงแต่ละด้านเปิดออกแสดงว่าสุกแล้ว นำออกมาพักไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วแล้วสับเป็นชิ้น สำหรับน้ำจิ้ม ในขณะที่รอการอบ นำส่วนผสมสำหรับทำน้ำจิ้ม เทรวมกันในถ้วย คนจนกว่าน้ำตาลจะละลาย


แซนด์วิชแฮมกับไส้กรอก



เครื่องปรุง
ขนมปัง 6 แผ่น เนยสำหรับทาขนมปัง 1 ช้อนโต๊ะ ไส้กรอกหมู 3 แผ่น แฮมหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 แผ่น น้ำสลัดน้ำข้น 1/3 ถ้วย ผักกาดหอม 2 ใบ หอมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ถั่วแขกลวกสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ แครอทลวกสับละเอียดสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา


วิธีทำ
1. ตัดขอบขนมปังออกทุกด้าน ทาเนยด้านใดด้านหนึ่งของแต่ละแผ่น 2. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดให้เข้ากันดี ทาลงบนขนมปังข้างที่ทาเนยไว้ 3. ใส่ผักกาดหอม นำขนมปังอีก 1 แผ่นมาประกบ 4. ตัดแบ่งครึ่งตามด้านทแยง (หรือหั่นเป็นชิ้นพอดีคำสำหรับเสริฟในงานปาร์ตี้) 5. ห่อด้วยแผ่นฟิล์มใสหรือใส่ถุงพลาสติค เพื่อป้องกันขนมปังแห้ง


แซนวิชทอด


เครื่องปรุง
ขนมปังแซนวิชโฮลวีต
10 แผ่น
แฮม
10 แผ่น
ไข่ไก่ ตีพอเข้ากัน
1 ฟอง
มายองเนส
1/4 ถ้วย
ต้นหอมซอย
1 ช้อนโต๊ะ
ชีส
10 แผ่น
น้ำมันพืช สำหรับทอด
3 ถ้วย
เกล็ดขนมปัง
1 ถ้วย
แป้งสาลี
1/2 ถ้วยวิธีปรุง1. ผึ่งขนมปังให้หมาดหรือแห้ง ตัดขอบขนมปังออก ทามายองเนสบนขนมปังให้ทั่วด้านหนึ่ง แล้ววางชีสหนึ่งแผ่นกับแฮมหนึ่งแผ่น 2. จากนั้นนำแผ่นแซนวิชที่ได้วางลงบนพลาสติกใส จับขอบพลาสติกให้เสมอขอบขนมปัง จึงค่อยๆม้วน3. ม้วนให้กลมแล้วตั้งพักไว้ รอให้อยู่ทรง4. เมื่อแซนวิชม้วนอยู่ทรง ให้เอาพลาสติกออก แล้วชุบไข่ให้ชุ่ม5. คลุกเกล็ดขนมปังให้ทั่ว แล้วพักไว้6. ทอดให้เหลืองทั่วด้วยไฟกลาง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน

ยำเซลเลอรี


เครื่องปรุง
ปลากรอบ
3
ตัว
น้ำมันพืช
2
ถ้วย
ก้านเซลเลอรีหั่นบาง
1
ถ้วย
ข่าอ่อนซอย
2
ช้อนโต๊ะ
น้ำยำ
2
ช้อนโต๊ะ
หอมแดงเจียว
2
ช้อนโต๊ะ
น้ำยำ(จำนวน1/4ถ้วย)
ถั่วลิสงคั่ว
1
ช้อนโต๊ะ
ข่าซอย
1/2
ช้อนชา
พริกชี้ฟ้าสีแดง
1
เม็ด
กระเทียมปอกเปลือก
7
กลีบ
เกลือป่น
1/4
ช้อนชา
กระเทียมดองซอย
1
ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา
1
ช้อนโต๊ะครึ่ง
น้ำตาลทราย
2
ช้อนชา
น้ำมะนาว
3
ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ1. ทำน้ำยำโดยโขลกถั่วลิสง ข่า พริกชี้ฟ้า กระเทียม และเกลือ เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย จากนั้นใส่กระเทียมดอง น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะนาว คนให้เข้ากันดี เตรียมไว้2. ย่างปลากรอบพอมีกลิ่นหอม แกะเอาก้างออก ฉีกเป็นชิ้นพอคำ ใส่ลงทอดในกระทะน้ำมันร้อนด้วยไฟกลางจนกรอบ ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน3. ใส่เซลเลอรีลงในอ่างผสม ตามด้วยเนื้อปลากรอบ ข่าอ่อน ใส่น้ำยำ เคล้าเบาๆให้เข้ากันทั่ว4. ตักใส่จาน โรยหอมแดงเจียว เสิร์ฟ

เนื้อปูอบชีส


เครื่องปรุงเนื้อปูก้อน 60 กรัม หอมใหญ่ 1 หัวเล็ก เห็ดฟางดอกใหญ่ตูม 4 ดอก ไข่ไก่ 1 ฟอง นมจืดระเหย 2 ถ้วย แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ เนยจืด เกลือ พริกไทย เนยแข็ง mozzarella ขูดครึ่งถ้วยวิธีเตรียม : นำหอมใหญ่ เห็ดฟาง มาสับให้ละเอียด ไข่ไก่ต่อยใส่ชามแยกใช้เฉพาะไข่แดง ใส่ลงในชามนมแล้วตีจนเข้ากันเตรียมไว้วิธีทำ:1. ตั้งกระทะแบนบนไฟกลาง รอจนกระทะร้อนแล้วใส่เนยจืดลงไปจนละลาย 2. ใส่หอมหัวใหญ่สับลงผัดจนสุกหอม ใส่เห็ดฟางสับตามลงไปผัดด้วยกันจนสุก ใส่เนื้อปูลงไปผัดคลุกเข้าด้วยกันจนหอม3. นำนมผสมไข่แดงขึ้นตั้งไฟกลางๆ ใส่แป้งสาลีลงไปคนตลอดเวลาจนเริ่มนมเริ่มเดือดปุดๆ ใส่เนื้อปูที่ผัดพร้อมเครื่องลงไปคนเบา 4. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ชิมให้รสเค็มนิดๆเท่านั้น ผัดไปเรื่อยๆจนข้นได้ที่ ยกลงแล้วตักใส่ในถ้วยกระเบื้อง โรยหน้าด้วย เนยแข็ง mozzarella ขูด 5. นำไปอบที่ไฟอุณหภูมิ 250 องศาประมาณ 3 นาที ดูว่าหน้าชีสเริ่มเดือดปุดๆ มีสีน้ำตาลทอง หอมเนยสุก เป็นอันใช้ได้


TIPS: เวลาเลือกเนื้อปู ต้องเป็นเนื้อปูก้อนสีขาวใหม่เท่านั้น จึงจะหอมและเนื้อไม่ยุ่ย อย่าซื้อเนื้อปูค้างหลายวันที่มีกลิ่นแรง เพราะเมื่อนำไปผัดจะได้กลิ่นคาวแรงไม่น่ากิน อาหารจานนี้เหมาะกับเด็กๆที่กินยาก จะชอบมาก มีประโยชน์ทางโภชนาการมาก


สเต็กหมูบราวน์ซอส


ส่วนผสม
เนื้อหมูติดกระดูก (พ็อคชอพ)
1 ชิ้น
น้ำมันมะกอก
1-2 ช้อนโต๊ะ
แครอท
1/2 หัว
บร็อกโคลี
3-4 ช่อ
ถั่วหวาน
5 ฝัก
พาร์สเล่สับ
1 ช้อนชา
พริกไทยป่น, เกลือป่น
เล็กน้อย
ผักสลัดตามชอบ
บราวน์ซอส
วิธีทำ1. ลวกแครอท บร็อกโคลี ถั่วหวาน พอสุกตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำแล้วนำลงผัดกับน้ำมันมะกอก ตักขึ้น2. โรยเกลือป่น พริกไทยป่น พาร์สเลสับบนชิ้นหมู นำลงกริลล์ในกระทะที่มีน้ำมันมะกอกเล็กน้อย พอสุกตักขึ้น3. จัดเสิร์ฟคู่กับผักลวกน้ำมันมะกอก ผักสลัด ราดด้วยบราวน์ซอสส่วนผสมบราวน์ซอส (Brown Sauce)
กระดูกวัว - เศษเนื้อวัว
1 กิโลกรัม
น้ำมันพืช
1/4 ถ้วยตวง
หอมใหญ่สับหยาบ
1/2 ถ้วยตวง
แครอทสับหยาย
1/2 ถ้วยตวง
ก้านขึ้นฉ่ายฝรั่งสับหยาบ
1/4 ถ้วยตวง
ก้านผักชีฝรั่งหั่นหยาบ
2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี
2-3 ช้อนโต๊ะ
เนื้อมะเขือเทศเข้มข้น (Tomato Paste)
2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำ
1 ช้อนโต๊ะ
โรสแมรี่
1 ช้อนชา
ใบกระวาน
3-4 ใบ
ไทม์
1/2 ช้อนชา
น้ำสต๊อกสีน้ำตาล
10 ถ้วยตวง
ครีมข้น
2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น
พริกไทยป่น
วิธีทำ1. อบกระดูกวัวและเศษเนื้อวัวให้เหลืองเข้มเป็นสีน้ำตาล2. ผัดหอมใหญ่ แครอท ก้านขึ้นฉ่ายและก้านผักชีฝรั่งกับน้ำมันพืช พอผักเริ่มนิ่มใส่แผ้งสาลีผัดด้วยไฟอ่อนให้แป้งเป็นสีน้ำตาล ใส่เนื้อมะเขือเทศเข้มข้นผัดต่อจนกระทั่งแห้งและมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น ใส่พริกไทยดำ โรสแมรี่ ใบกระวาน ไทม์ กระดูกวัวและเศษเนื้อวัวที่อบไว้ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำสต๊อกเคี่ยวต่อจนกระทั่งงวดเหลือประมาณ 2 1/2 -3 ถ้วยตวง ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำซอส จะได้ซอสสีน้ำตาลข้นๆ3. นำซอสที่ได้ขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยป่นและครีมข้น4. จัดเสิร์ฟกับสเต็กหมู

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

เบอร์เกอร์ทูน่า


เครื่องปรุง - ส่วนผสม 1. ปลาทูน่าในน้ำมันพืชชนิดไขมันต่ำ 2. ขนมปังเบอร์เกอร์ 3. ถั่วแระญี่ปุ่นแกะเป็นเม็ด 4. ข้าวโพดแกะเป็นเม็ด 5. เกลือ 6. พริกไทย 7. เนยชนิดเค็ม 8. ผักกาดแก้ว 9. หัวหอมใหญ่หั่นเป็นแว่น 10. มะเขือเทศหั่นเป็นแว่น 11.ซอสมะเขือเทศ และมายองเนส ลงมือเข้าครัว 1. นำปลาทูน่าในน้ำมันพืชมายีให้ละเอียด จากนั้นใส่ข้าวโพด และถั่วแระญี่ปุ่นที่เตรียมไว้ลงไป คลุกให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยพริกไทย และเกลือเล็กน้อย 2. จากนั้นนำปลาทูน่ามาอัดเป็นแผ่นกลมๆ นำไปแช่ตู้เย็นช่องแข็งประมาณ 10 นาที 3. ตั้งกระทะใส่เนยชนิดเค็มลงไป จากนั้นนำปลาทูน่าที่แช่แข็งไว้ลงไปทอดให้เหลืองพอสุก ตักขึ้นพักไว้ 4. เมื่อทอดปลาทูน่าจนหมดแล้ว ล้างกระทะใหม่อีกครั้ง เพื่อทำการอุ่นขนมปัง 5. ตั้งกระทะ ใส่เนยชนิดเค็มลงไปเล็กน้อย เมื่อเนยเริ่มละลาย นำขนมปังเบอร์เกอร์ที่เตรียมไว้ใส่ลงไป เมื่อขนมปังเริ่มร้อนก็นำรีบนำขึ้น 6. การจัดเสิร์ฟ นำผักที่เตรียมไว้อย่างผักกาดแก้ว หัวหอมใหญ่ และมะเขือเทศ วางลงไปบนขนมปังด้านหนึ่ง จากนั้นวางปลาทูน่าตามลงไป ก่อนราดด้วยซอสมะเขือเทศ และมายองเนส ปิดทับด้วยขนมปังอีกส่วน เป็นอันพร้อมเสริฟ หากดูดีๆแล้ว เบอร์เกอร์ชิ้นนี้ไม่ใช่เป็นอาหารขยะ หรือ อาหารฟาสฟู้ด อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่พร้อมไปด้วยคุณค่าทางอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ที่เหมาะสำหรับทุกวัย.